Bodhi Jivaka Thai Heritage Massage
โพธิชีวกะ ศูนย์การนวดแบบต้นตำรับไทย และรับให้คำปรึกษาจัดตั้งธุรกิจการนวดทั้งแบบไทยและแบบสปาสากล ก่อตั้งด้วยความร่วมมือ กับ โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพน (Watpo Thai Traditional Medical School) หรือที่เรารู้จักกันในนาม โรงเรียนนวดวัดโพธิ์ ที่เป็นโรงเรียนแรก ที่รวบรวมองค์ความรู้ ศาสตร์และศิลป์ การนวดในแบบของประเทศไทย
นอกจากนี้ จากความร่วมมือกับ โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพน เพื่อการสร้างมาจตรฐานที่ดีขึ้น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการนวดของคนไทย การสร้างมาตรฐานรับรองจึงจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อเป็นการกำหนดมาตราฐานที่ดีให้กับสถานที่และผู้ให้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการ และ จะเป็นการกระตุ้นการสร้างมาตรฐานใหม่ๆให้กับการนวดแบบไทยอีกด้วย
โพธิชีวกะ ทำอะไร?
ด้วยความปารถนาที่อยากช่วยรักษามรดกทางการนวดของไทยไว้ และอยากแสดงให้ โลกเห็นว่าการนวดแบบไทยเป็นอย่างไร ดีอย่างไร โพธิชีวกะ จะเป็นร้านต้นแบบที่จะเป็นการสร้างให้เห็นมาตรฐานของการนวด ทั้งสถานที่ ผู้นวด อุปกรณ์ ต่างๆที่จะใช้บริการกับผู้มาใช้บริการ
นอกจากนี้ จากความร่วมมือกับ โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพน เพื่อการสร้างมาจตรฐานที่ดีขึ้น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการนวดของคนไทย การสร้างมาตรฐานรับรองจึงจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อเป็นการกำหนดมาตราฐานที่ดีให้กับสถานที่และผู้ให้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการ และ จะเป็นการกระตุ้นการสร้างมาตรฐานใหม่ๆให้กับการนวดแบบไทยอีกด้วย
(วัดโพธิ์) ประวัติโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพนฯ
การแพทย์แผนไทยและการนวดแผนโบราณ มีประวัติความเป็นมาคู่กับชาติไทยมาแต่โบราณ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา กรมแพทย์และกรมหมอนวดนั้น ถือได้ว่าเป็นกรมใหญ่ซึ่งต้องรับใช้เบื้องพระยุคลบาทอย่างใกล้ชิด ตามทำเนียบศักดินาข้าราชการฝ่ายทหารและพลเรือน ในกฎหมายตราสามดวงเล่ม 1 (พ.ศ.1998) บันทึกไว้ว่า “หลวงราชรักษาเจ้ากรมหมอนวดขวา และหลวงราโชเจ้ากรมหมอนวดซ้าย ถือนาดล 1600 ไร่ ขุนภักดีองค์และขุนองครักษา ปลัดกรมขวาและซ้าย นาดล 800 ไร่ หมื่นแก้ววรเลือก หมื่นวาโยวาศ และหมื่นวาโยชัย นาดล 600 ไร่ …” ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีการรวบรวมตำรับยาต่างๆ ขึ้นเป็นครั้งแรก เรียกว่า “ตำราพระโอสถพระนารายณ์” การแพทย์แผนไทยก็ ยังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง มีการเปิดร้านจัดยาและขายยาสมุนไพรตามใบสั่งอยู่ทั่วไป ทั้งภายในและภายนอกกำแพงพระนคร ซึ่งแม้ในขณะนั้นมิชชั่นนารีชาวฝรั่งเศษได้นำการแพทย์แผนตะวันตกเข้ามาเผย แพร่ในประเทศ ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าแพทย์แผนไทย
ในสมัยโบราณนั้นความรู้เกี่ยวกับการแพทย์และการนวดของไทยจะสั่งสอนสืบต่อกัน เป็นทอดๆ โดยครูจะรับตัวศิษย์ไว้แล้วค่อยสั่งค่อยสอนให้จดจำความรู้ต่างๆ ความรู้ที่สืบทอดกันมานั้น อาจเพิ่มพูน สูญหาย หรือเพี้ยนไปบ้างตามความสามารถของครูและศิษย์เป็นสำคัญ จวบจนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ “วัดโพธาราม” หรือ “วัดโพธิ์” ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ทรงให้รวบรวม ตำรายา ฤาษีดัดตน จวบจนตำราการนวด แล้วให้จารึกไว้ตามศาลาราย เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาโดยทั่วกัน ต่อมาใน พ.ศ.2375 ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ บูรณะวัดโพธิ์ใหม่ ทรงให้หล่อรูปฤษีดัดตนเป็นโลหะ และทรงให้รวบรวมตำราการนวดและตำราการแพทย์จารึกในวัดโพธิ์ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปศึกษา และนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป ใน พ.ศ.2499 พระบาทสมเด็จพระปิยะมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯให้แพทย์หลวงจัดสังคายนาและแปลตำราแพทย์จากภาษาบาลี และสันสกฤตเป็นภาษาไทย เรียกว่าตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ (ฉบับหลวง) ซึ่งตำรานี้ได้แยกการนวดเป็นภาควิชาหัตถศาสตร์ เรียกว่า “ตำราแบบนวดฉบับหลวง”
ข้อมูลจาก โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์)
สำหรับผู้ที่สนใจ
คำถาม ที่พบบ่อย
ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศที่นักเรียนจะไป ส่วนใหญ่สามารถใช้ใบประกาศนวดแผนไทย 60 ชั่วโมงได้
คำตอบ อยู่ที่จุดประสงค์ของผู้เรียน
หากต้องการเรียนเพื่อทำงานในประเทศไทย ควรเบือกเรียนหลักสูตรที่ส.บ.ส.รับรองก่อน คือ
นวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชม.
นวดน้ำมันเพื่อสุขภาพ 150 ชม.
นวดเท้าเพื่อสุขภาพ 150 ชม.
แล้วหากต้องการเรียนเพิ่มเต
ตอบ การนวดแบบวัดโพธฺฺ์ เป็นการนวดแบบราชสำนักผสมกับเชลยศักดิ์ เน้นการใช้นิ้วกดตามแนวเส่้นนวด อาจารย์ผู้สอนให้ความดูแลอย่างทั่วถึง มีความสามารถในการถ่ายทอดเพื่อการเรียนที่ง่ายต่อการเข้าใจ อาจารยืแต่ละท่านมีประสบการณ์มากมาย และให้ความเป็นกันเองต่อผู้เร
ตอบ สำหรับหลักสูตรระยะสั้น ส่วนมากสามารถมาสมัครและเริ่มเรียนได้ทุกเช้าสำหรับสาขาวัดโพธิ์และแจ้งวัฒนะ
ส่วนเขียงใหม่และศาลายา ยกเว้นวันอาทิตย์
ส่วนหลักสูตรระยะยาวหรือวิชาชีพ
สมัครและเริ่มเรียนได้ทุกวันจันทร์ ยกเว้นสาขาแจ้งวัฒนะ สามารถเริ่มไ

